มาเลเซียจะขอให้บังกลาเทศรับกลับชาวโรฮิงญาเกือบ 300 คนที่ถูกควบคุมตัวหลังล่องเรือเข้ามาในน่านน้ำมาเลเซียเมื่อไม่กี่วันก่อน

นายอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียเผยกับสื่อวานนี้ว่า ชาวโรฮิงญาควรรู้ดีว่าหากเข้ามาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ เพราะมาเลเซียไม่สามารถรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาได้อีกแล้ว นับตั้งแต่จำกัดพรมแดนเพื่อควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 กระทรวงต่างประเทศจะขอให้รัฐบาลบังกลาเทศรับกลับคนกลุ่มนี้หากตรวจสอบพบว่าหลบหนีมาจากค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ โดยอาจจะขอให้นำตัวไปยังเกาะพาซัน ชาร์ ที่ทางการบังกลาเทศเตรียมไว้เป็นที่พักของผู้ลี้ภัย และจะขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR) ดำเนินการหาที่ตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามต่อไป

ด้านนายเอ เค อับดุล โมเมน รัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศเผยว่า บังกลาเทศไม่มีพันธะหรืออยู่ในจุดที่สามารถรับชาวโรฮิงญาได้อีกแล้ว ขอให้ประชาคมโลกช่วยจัดหาที่ตั้งถิ่นฐานให้แก่ชาวโรฮิงญาลี้ภัยในบังกลาเทศที่มีมากถึง 1.1 ล้านคน ขณะที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ส่งอีเมลตอบข้อถามของรอยเตอร์ว่า ที่ตั้งถิ่นฐานทั่วโลกมีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่ใช่ทางออกสำหรับผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ สิ่งที่ผู้ลี้ภัยต้องการคือ การได้รับความคุ้มครองในประเทศที่กำลังขอลี้ภัย จนกว่าจะสามารถมีชีวิตที่ปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีด้วยการกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดอีกครั้งหรือไปตั้งถิ่นฐานในประเทศอื่น

มาเลเซียควบคุมตัวชาวโรฮิงญา 269 คน และพบศพสตรีหนึ่งคน บนเรือที่พังเสียหายใกล้เกาะลังกาวีเมื่อวันจันทร์ กลุ่มสิทธิสองกลุ่มเผยกับรอยเตอร์ว่า สันนิษฐานว่าเรือลำนี้ล่องออกจากบังกลาเทศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ บนเรือน่าจะมีคน 700-800 คน ขณะนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมของคนที่ไม่ถูกควบคุมตัว